"ธรรมชาติสร้างทุกสิ่งให้กับเรามา และเราใช้สิ่งที่พวกเขาให้มาโดยมีข้อแม้ว่าเราต้องตอบแทนสิ่งที่พวกเขาเสียไป ไม่เช่นนั้นธรรมชาติจะมอบสิ่งที่เลวร้ายและน่ากลัวมากที่สุดมาให้เราไว้ใช้เล่นแทน"
อาจารย์ 'เทย์เลอร์' สอนวิชาพฤษศาสตร์กำลังอธิบายธรรมชาติที่เป็นผู้สร้างเรารวมถึงทำลายเราหากเราไม่รู้จักตอบแทน ในบทเรียนที่ 3 บนกระดานเต็มไปด้วยรูปภาพและคำบรรยายต่างๆนานา ที่เกี่ยวกับการทำลายล้างของธรรมชาติ มีรูปหนึ่งเป็นภูเขาไฟกำลังระเบิดและของเหลวภายในนั้นก็ทะลักออกมาไหลมาตามพื้นลาดของภูเขาปูทางไปสู่หมู่บ้านแถวนั้นด้วยอุณหภูมิของมันทำลายล้างสิ่งกรีดขวางอย่างไร้เยื่อใยที่มนุษย์กับธรรมชาติร่วมสร้างกันมา บางรูปก็เป็นภัยพิบัติต่างๆที่เกิดขึ้นในโลกของเรา โลกที่ทุกวันนี้กำลังดำดิ่งกลับสู่จุดที่เราอาจจะเรียกว่า 'จุดกำเนิด' ก็เป็นได้
นักเรียนในชั้นส่วนใหญ่มีท่าทางเบื่อหน่ายกับการสอนวิชานี้ของอาจารย์บางคนอ้างว่าเขาน่ะไม่ได้อยากลงเรียนวิชานี้ด้วยซ้ำถ้าหากไม่โดนทัณฑ์บนกับเรื่องที่ก่อไว้อย่างเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งเกือบครึ่งห้องที่มาเรียนวิชานี้ก็เพราะเหตุผลเดียวกันทั้งนั้นรวมถึงเพื่อนสนิทของผมด้วยเช่นกัน แต่ตัวผม ที่ผมเลือกมาเรียนวิชาจริงๆ อย่างตั้งใจเพราะมันมีความน่าสนใจซ่อนอยู่มากมาย ผมใคร่รู้เรื่องเกี่ยวกับธรรมชาติตั้งแต่จำความได้ไม่รู้ว่ามันมีปริศนาอะไรซ่อนอยู่ภายใต้ความสงสัยของผมเหมือนกันนะหลายคนมองว่าผมเพี้ยนที่เป็นพวกรักโลกจนไม่ยอมกินผักขนาดนั้นเลย จริงๆแล้วพวกนั้นก็ได้แค่พูดแหละ พวกเขาไม่ได้รู้จักผมอย่างที่ผมเป็นหรอก ผม 'เคลย์' อายุสิบหกก็ถือว่าสิบเจ็ดได้เเล้วล่ะมั้งเพราะอีกแค่สองอาทิตย์ผมก็สิบเจ็ดแล้ว
"คุณอีเมอร์สัน ตอบได้มั้ยว่าอะไรเลวร้ายที่สุดที่ธรรมชาติจะมอบให้แก่เรา?" อาจารย์เทย์เลอร์ด้วยน้ำเสียงอบอุ่นอย่างที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดีรอมยิ้มน้อยๆนั่นส่งมาให้เขาพร้อมกับคำถามเช่นเดิมกับลูกศิษย์คนโปรด
"คงจะเป็น พายุ แผ่นดินไหว น้ำท่วม ที่ธรรมชาติจะทำให้มนุษย์ตอบเเทนสิ่งที่พวกเขาเอามาจากธรรมชาติ เหมือนกับการแลกเปลี่ยน พวกเขาคงทำได้แต่แบบนั้นแหละครับ"
ผมให้คำตอบที่อยู่ในหัวซึ่งพอจะคิดออกได้แบบนั้นออกมาดูดีที่สุดก่อนจะหลุดออกจากปากไป
"ไม่..... นั่นไม่ใช่สิ่งที่เลวร้ายที่สุด สิ่งที่ธรรมชาติจะทำให้มนุษย์เกรงกลัวต่อสิ่งที่พวกเขาเอาไปจากธรรมชาติ อาจเป็นสิ่งที่เราไม่อาจจะนึกฝันได้ ถึงจะฝันได้ก็คงต้องเป็นฝันที่ร้ายที่สุดที่อยู่ในก้นบึ้งของจิตใจพวกเธอทุกคน เราไม่อาจจินตนาการต่อสิ่งที่จะเกิดได้ พวกเขาให้สิ่งที่โลกนี้หาไม่ได้จากดาวเคราะห์ดวงไหนๆ พวกเธอยังไม่รู้อะไรเลยด้วยซ้ำ สักครึ่งนึงของธรรมชาติก็ไม่อาจรู้เลย ทุกๆอย่างในโลกอาจจะดับสูญไป ความมืดดำในพายุที่กำลังก่อตัวขึ้นภายในโลกของเราอาจจะกำลังก่อตัวขึ้นในขณะที่พวกเราเองยังใช้ชีวิตดำเนินกิจกรรมที่ทำอยู่ทุกวันต่อไปโดยหารู้ไม่ว่าอะไรกำลังสร้างกองทัพอยู่ เช่นเดียวกับจิตใจมนุษย์ความมืดดำก็กัดกินจิตใจของพวกเขาไปทีละนิด สู่รุ่นต่อรุ่น คลื่นน้ำที่ซัดอยู่ตามชายฝั่งต่างๆ อาจจะกำลังกัดเซาะชายฝั่งเข้ามาทักทายเราอยู่ทีละนิดๆ พรัอมแรงอันมหาศาลที่ซ่อนอยู่ภานใต้คลื่นที่กำลังก่อตัวในทะเลลึกซึ่งไม่อาจมีใครรู้ได้ มันอาจซัดเราและเอาทุกสิ่งที่เป็นของเราหรือทุกสิ่งที่เป็นเราไปอย่างไม่สนใจใยดีจิตวิญญาณของพวกเราตราบใดที่พวกเรายั...."
แกร๊กกกกกก ก กก ก ก ก ..!!!! เสียงออดดัง
"โอเคเอาไว้ต่อกันชม หน้าล่ะกันนะทุกคน"
นร.บางกลุ่มไม่รอให้อาจารย์เทย์เลอร์พูดจบประโยคนั้นก่อนก็ลุกพรวดจ้ำอ้าวออกจากห้องนั้นไปก่อนแล้ว ซึ่งเขาก็ไม่ได้สนใจอะไรมากมายนักกับการที่ถูกเมินแบบจนชินซะแล้ว อาจาร์ยเทย์เลอร์รีบเก็บเอกสารและหิ้วกระเป๋าใบใหญ่ออกจากห้องไป
ผมรีบเก็บของใส่ลงเป้ทันทีที่เห็นเขากำลังออกจากห้องไป
"เฮ้! เคลย์นายไปไหนต่อหลังเลิกเรียน ฉันมีเกมส์มาใหม่เสนอนะ สนใจอยากลองมั้ยเพื่อนที่ เซ็นเตอร์ทาวน์ นี่เอง" 'คัส' เพื่อนสนิทสุดป่วนของผมถามอย่างตื่นเต้นด้วยหวังให้ผมจะไปด้วย
"เอิ่ม.. โทษทีนะคัส ฉันมีอะไรสงสัยเกี่ยวกับรายงานที่ยังไม่เสร็จนิดหน่อย ฉันจะไปหา.."
"ไปหาเทย์เลอร์!"
ผมยังพูดไม่ทันจบเพื่อนตัวดีก็เจ๋อพูดด้วยความรู้ดีขึ้นมาก่อนซะแล้ว
"ฮ่า ฮ่า ... นายก็รู้นี่ แล้วเจอกันคัส"
ผมพูดเสร็จก็เดินออกไปตามทางเดินโดยมีเสียงโวยวายเล็กๆของคัสตามมา แต่ผมก็ไม่ได้หยุดฟังอะไรตรงไปที่ห้องอาจารย์เทย์เลอร์อย่างคุ้นชินกับทาง
ผมได้เข้าไปในห้องแลปบ่อยๆ ในนั้นเต็มไปด้วยพรรณไม้แปลกประหลาดนานาชนิดที่อาจาร์ยเทย์เลอร์เก็บมาทำการวิจัยอยู่เสมอวันนี้ก็เป็นอีกวันที่คาร์เตอร์ไปสำรวจเหล่าพืชพรรณนั้นอีกเช่นเคย
"ไง.. อีเมอร์สัน วันนี้อยากให้ฉันช่วยอะไรหรือถามอีกอย่างอยากช่วยอะไรฉันล่ะ" อาจาร์ยเทย์เลอร์ละจากงานที่ทำอยู่บนโต๊ะไม้ตัวใหญ่มามองหน้าผมนิดนึงพร้อมกับรอยยิ้มอบอุ่นนั้นอย่างเคย
"เหมือนเดิมครับอาจารย์ พรรณไม้พวกนี้มันคิดถึงผม"
เคลย์พูดพร้อมกับเดินสำรวจไปเรื่อยๆ และวนกลับมาที่โต๊ะอาจารย์ นั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม และมองแผ่นกระดาษที่เทย์เลอร์เขียนอะไรหยุกหยิกอยู่บนนั้น เขาสังเกตเห็นตัวเลขที่เขียนอยู่ในกระดาษ มันบอกวันที่ให้เขาเห็นอย่างชัดเจน
"นั่นอะไรครับอาจารย์ วันที่วันนั้นอาจารย์จะไปไหน" ผมถามออกไปอย่างใคร่รู้
"อ๋อ... นี่เป็นงานนิทรรศการของศาสตราจาร์ยพฤษศาสตร์จากทั่วทุกมุมโลกจะมารวมกันที่นี่เพื่อทำการประชุมหารือ และลงทะเบียนพันธุ์ไม้ที่เกิดใหม่ๆ และมีการจัดโชว์พวกพืชต่างๆที่หายากน่ะ งานนี้ฉันได้เข้าร่วมด้วย เพราะพวกเขาเห็นงานวิจัยของฉันที่จัดลง พวกนั้นสนใจและอยากได้ฉันไปให้ข้อมูลที่น่าสนใจอื่นๆอีกน่ะ" อาจารย์เทย์เลอร์พูดพร้อมยิ้มอย่างปลื้มปิติ
"โอ้โห! อาจารย์ครับให้ผมไปด้วยได้มั้ยครับ?" ผมถามด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้นที่สุด เพราะการได้ไปงานที่มีพืชพรรณไม้อย่างนี้คือสิ่งที่เขาฝันอย่างเห็นอะไรที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
"จริงๆ แล้วเขาไม่อนุญาติให้คนที่ไม่มีส่วนร่วมเข้างานนี้นะเคลย์แต่เธอ เธอเป็นคนพิเศษสำหรับฉัน ฉันจะเอาเธอติดสอยห้อยตามไปงานนี้กับฉันในฐานะผู้ช่วยของฉันด้วย". อาจารย์เทย์เลอร์พูดพร้อมกับรอยยิ้มอย่างเป็นมิตรด้วยข้อเสนอที่เขาให้กับคาร์เตอร์ที่เจ้าตัวยิ้มได้สักพักก็หุบยิ้มบนใบหน้าลงทันทีเมื่อคิดอะไรบางอย่างออก
"อาจารย์ครับ ..มันคงจะตรงกับวันเกิดของผมพอดี ซึ่งพ่อกับแม่คงไม่ปล่อยให้ไปแน่ๆ พวกเขาต้องจัดงานวันเกิดให้ผม"
"โอ้ววว .. เคลย์ เธอจะสิบแปดแล้วหรอช่างโตไวจริงๆ เลยนะ"
"อาจารย์ครับ อีกสองอาทิตย์ผมจะสิบเจ็ดเองนะครับ"
"โอ้ ฉันจำผิดอีกแล้วสิเนี่ย อีกสองอาทิตย์ด้วย งั้นนี่ก็เป็นของขวัญให้เธอแล้วกันนะ"
"อะไรครับ" ผมถามด้วยน้ำเสียงสงสัย
"การไปงานกับฉันไงเคลย์จริงๆแล้วงานน่ะอีกสองวันหลังจากวันเกิดเธอ ซึ่งใบนี้ฉันเขียนลางานเผื่อเอาไว้ล่วงหน้าจะได้มีเวลาเตรียมตัวต่างๆ และเธอเคลย์ เธอก็ยังไปกับฉันได้นี่ ฮ่า ฮ่า"
"โอ้! ล้อเล่นน่ะ" ผมแทบไม่เชื่อหูตัวเอง ก่อนจะเก็บยิ้มบนใบหน้าแทบไม่ทัน
" คิดว่าฉันเป็นอาจารย์สติเฟื่องแบบเด็กนรกพวกนั้นหรือไงกัน เคลย์? " อาจารย์เทย์เลอร์พูดหยอกกลับด้วยรอยยิ้มเล็กๆบนใบหน้า
" ไม่อยู่แล้วผมรู้จักคุณมาสามปี ผมรู้จักคุณดี" ผมตอบไปด้วยไม่อยากให้อาจารย์คิดเรื่องเด็กคนอื่นๆในคลาสเรียน
" ฮะฮ่าาา... ไม่เคลย์ในไม่รู้จักฉันดีนายยังโดนฉันหลอกอยู่เรื่อยๆ ตั้งแต่เกรด 9 จำได้มั้ยเรื่องแมงมุมนั่น หืม? " อาจารย์เทย์เลอร์ตอกกลับผมด้วยความทรงจำที่น่าอายตอนเกรดเก้า
"ขอร้องล่ะ ลืมมันซะที บางส่วนนั่นก็คุณบอกให้ผมทำนะ" ผมมองกลับด้วยสายตางอนน้อยๆ
"เอาล่ะ ฉันจะไปหาอะไรกินหน่อยจะเอาอะไรมั้ย?" อาจารย์เทย์เลอร์ ถาม
" ไม่เป็นไรครับ" ผมตอบด้วยรอยยิ้ม
เมื่ออาจารย์เดินออกไปแล้วผมก็เริ่มสำรวจพรรณไม้มากมายในห้องที่เรียงรายกันอยู่บนชั้น พวกมันมีรูปร่างประหลาดมากบางต้นมีลักษณะใบที่คล้ายมือคน บางต้นก็มีรากไม้ราวกับเป็นโซ่ร้อยๆเส้นพันกันอยู่ บางต้นก็ดูเหมือนจะตายแล้วแต่ไม่ใช่ซึ่งผมก็ได้ลองถามอาจารย์เทย์เลอร์ดูแล้ว เข้าบอกว่าธรรมชาติของมันเป็นอย่างนี้อยุ่แล้ว เพื่อปกป้องตัวเอง ผมเดินไปเรื่องสำรวจพวกมันราวกับว่าพวกมันมีขีวิต นี่คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดในวันวันนึงเลย. ทุกอย่างเงียบสงบ มีเพียงผม กับต้นไม้ ธรรมชาติ ที่ไม่ต้องสื่อสารอะไรกันผมก็รู้ว่าพวกมันจะรับฟังเสมอ ก็เพราะมันไม่สามารถตอบโต้อะไรผมได้ไงล่ะ ผมถึงชอบที่จะมาระบายเรื่องราวต่างๆให้พวกมันฟังบ้าง บางครั้งผมก็รู้สึกว่ามันเป็นเพื่อนผมจริงๆ มีชีวิตมีความรู้สึกจริงๆ เหอะๆสงสัยผมอาจจะเริ่มบ้าไปแล้วจริงๆก็ได้ ผมเดินสำรวจแต่ละชั้นต่อ จ้องมองดูพันธุ์ไม้ที่เหมือนตาสิบๆคู่จ้องมองกลับมาที่ผม บางต้นมีลำต้นขนาดเล็กมากและมีใบที่ใหญ่กว่าสิบเท่าเลย บางต้นก็ดูน่ากลัวกว่าที่ผมจะจินตนาการได้เสียอีก แต่ผมก็รู้สึผูกพันธ์กับห้องนี้ตั้งต่เข้ามาครั้งแรก ไม่ว่ามันจะเป็นยังไง. ผมก็สัมผัสได้ถึงจิตวิญญาณของพวกมัน แต่มันจะเป็นไปได้ที่ไหนเล่า
ผมเดินมาหยุดตรงหน้าชั้นวางเรียงที่ 6 ชั้นล่างสุด มีต้นไม้ต้นหนึ่ง ผมนั่งลงอ่านป้ายที่กำกับไว้ข้างหน้ากระถาง
บีไอแอ็คก้าร์
1992
ผมเริ่มสำรวจมันอย่างละเอียด มันเป็นไม้เลื้อย ลำต้นอวบ ผมเอื้อมมือไปเพื่อสัมผัสใบมันช้าๆ แลัวทันใดนั้น... ไม้เลื้อยตรงหน้าได้แผ่เถาวัลย์ออกมาเลื้อยออกมาจากกระถางคล้ายเเขนที่พยายามจับรัดตัวของเขาไว้ คาร์เตอร์ผงะถอยหนี จนหลังไปชิดชั้นวางเรียงอีกฝั่งหนึ่ง มันเหมือนเขาไปกดสวิตให้มันตื่นขึ้นมาทำงายังไงยังงั้น แขนของพวกมันเลื้อยมารัดตัวย่างรวดเร็ว จนเขาแทบขยับตัวตัวหัวใจสั่นรัวแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน พยายามจะเค้นเสียงร้องออกมา แต่ก็ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมาแม้แต่น้อย เขาดิ้นรนต่อสู้กับมันอยู่บนพื้น มันกำลังบีบรัดเขาแน่นเข้ามาเรื่อย เหมือนพยายามจะเข้าสิงร่างเขาให้ได้
ปัง!
_________________
Cast
Hoppla! Dieses Bild entspricht nicht unseren inhaltlichen Richtlinien. Um mit dem Veröffentlichen fortfahren zu können, entferne es bitte oder lade ein anderes Bild hoch.
Simon Nobili As Clay Emerson
Hoppla! Dieses Bild entspricht nicht unseren inhaltlichen Richtlinien. Um mit dem Veröffentlichen fortfahren zu können, entferne es bitte oder lade ein anderes Bild hoch.
Brian H. Whittaker As Marcus Rocco
