Blythe's story.
สายขิมวางมือลงบนบ่าของฉันคอยให้กำลังใจอยู่ใกล้ๆโดยไม่เอื้อนเอ่ยคำใดออกมาสักคำ ในขณะที่แชมเปญก็คอยยืนอยู่ข้างๆไปถอยห่างไปไหน
"เฮ้ย! ฉันไม่เป็นไรจริงๆ แค่ซ้อมแค่นี้เองทำไมพวกแกต้องทำเหมือนฉันกำลังจะไปออกรบด้วยว่ะ" ฉันกล่าวยิ้มๆ
"ก็ฉันเป็นห่วงแกนี่ " แชมเปญทำหน้าอ๋อยๆ ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องพูด
"แล้วนี่นาริสไปไหนอ่ะ"
"จริงสิ! ประชุมห้องฉันก็ไม่เห็นมันเลยอ่ะ "
สายขิมว่า
ใช่ตั้งแต่ฉันก็ยังไม่เห็นมันเหมือนกันนั่นแหละ หรือว่ามันจะโดด..หึ้! ไม่น่าใช่เพราะมันเลิกนิสัยนั่นไปนานแล้ว แล้วมันไปอยู่ไหนละเนี่ย?
"คิวเธอแล้วบลายธ์ " นิกกี้ตะโกนเรียกฉัน ยัยกระเทยนี่ทำหน้าที่ดูแลการซ้อมปีนี้แหละ !!
ฉันสูดหายใจเข้าลึกๆก่อนจะก้าวขึ้นไปบนเวที ทุกสายตาในชมรมย์มองมาที่ฉัน แต่สายตาที่ฉันสนใจมากที่สุดตอนนี้คือเธอ.. อลิซ !!
เธอมองฉันไม่กระพริบตาแถมยังสบตาตอบฉันที่จ้องมองเธอตาแววจนฉันต้องเป็นฝ่ายละสายตาออกไปเอง ฉันยอมรับว่าตลอดเวลาที่เป็นเพื่อนกับเธอมาเธอเป็นคนเดียวที่สร้างความมั่นใจให้แก่ฉันทุกครั้งที่ขึ้นเวที เปียโนทำให้ฉันได้รู้จักเด็กผู้หญิงคนนี้ คนที่ฉันไม่เคยคิดเลยว่าวันหนึ่งเราจะต้องกลายเป็นอริกัน!!
สายตาที่เธอมองมาทางฉันมันยังเหมือนเดิมทุกอย่างไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย เธอมองฉันเหมือนว่าเราเป็นเพื่อนกัน ไม่มีแววตาโกรธแค้นอยู่ในดวงตาสีดำสนิทคู่นั้น แต่กับเป็นแววตาแห่งความหวังและกำลังใจมากกว่า แต่มันก็เป็นแค่ความรู้สึกของฉันเท่านั้นบางทีสิ่งที่ฉันคิดอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่เธอคิดก็ได้
ฉันสะบัดหัวสองสามทีไล่ความคิดฟุ้งซ่านออกไป สนใจเครื่องดนตรีที่ฉันเคยบอกกับตัวเองมาโดยตลอดว่าจะไม่แตะต้องมันอีก และฉันก็กำลังจะกลืนน้ำลายตัวเอง !!
เสียงดนตรีไพเราะลื่นหูบรรเลงกล่อมคนทั้งหอให้เคลิบเคลิ้มไปกับทำนองอีนแสนหวาน แต่มันก็หยุดชะงักเพราะเสียงโน้ตที่ผิดเพี้ยน!!
กึก!!
ฉันทำไม่ได้....
ฉันวิ่งตัวปลิวออกลงจากเวทีด้วยความอับอาย สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดสำหรับฉันคือ..หนี
ทุกคนมองหน้ากันอย่างอึ้งๆกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก่อนจะมีใครบางคนปลีกตัวออกมาตามคนบนเวทีมาอย่างเงียบๆ!!
.
.
.
ให้ตายสิ!! ทำไมกัน..ทำไมฉันถึงหยุดเล่นมัน เพราะม๊าหรอ??..ฉันว่าไม่ใช่นะ
"ปอดแหกอีกแล้วสิ..เธอนี่ยังเหมือนเดิมเลยนะ ไอ้นิสัยเก่งแต่ปากพอเอาเข้าจริงๆป๊อดทุกที เอะอะก็เอาแต่หนีเคยคิดอะไรให้มันมากกว่านี้บ้างมั้ยห๊ะ!"
เสียงเล็กแหลมที่ฉันค่อนข้างจะคุ้นเคยดังขึ้น ฉันหันไปจ้องตาเขียวปั้ดทันที กล้าดียังไงมาว่าฉัน!!
"แล้วฉันจะเป็นยังไงมันเกี่ยวอะไรกับเธอด้วยไม่ทราบ"
"ก็ไม่เกี่ยวอะไรกับฉันหรอก แค่ไม่คิดว่าคู่แข็งตัวฉกาจของฉันจะอ่อนหัดได้ขนาดนี้ "
โห้ย!กล้ามากเลยนะที่มายั่วโมโหฉันถึงที่นี่น่ะ อยากเจอของจริงรึไงยัยอลิซ !!
"ไม่จริง!! "
"งั้นพิสูจน์สิ "
"จะเอายังไงว่ามา!"
เรื่องนี้ฉันอาจจะพลาดแต่เรื่องวิวาทฉันเป๊ะเวอร์ ^_^
ฉันตั้งท่าเตรียมพร้อมเต็มที่ แต่แทนที่เธอจะเตรียมท่าทางเหมือนฉันเธอกลับกระชากฉันลอยไปห้องชมรมย์เฉยเลย
ปล่อยนะยัยบ้า..อย่ามาแตะต้องตัวฉานนน!!
ฉันสะดีดสะดิ้งไปมาตลอดทาง จะทำอะไรของมันเนี่ย??
อลิซผลักฉันลงบนเปียโนหลังใหญ่ แล้วจะชี้นิ้วสั่งฉันที่งงเป็นไก่ตาแตก
"เล่นดิ!!"
อะไรนะ!! นี่หรอพิสูจน์อะ
"รึว่าไม่กล้า!!"
น๋อย!อย่ามาดูถูกฉันนะ ฉันกดนิ้วลงบนเปียโนอย่างไหลลื่นแต่เสียงมันกลับออกมาเพี้ยนจนขนลุก
ฉันเป็นอะไรไป??
"พอ..พอ..พอ.. หยุดเลย เดี๋ยวแก้วหูฉันก็แตกพอดี"
อลิซทำหน้าเห่ย ก่อนจะเดินเข้ามานั่งลงข้างๆ
ทำไม..จะมาซ้ำเติมฉันใช่มั้ยล่ะ!!
"แกเล่นมันครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่"
จะถามทำไม..??
"ไม่รู้ไม่ได้นับ.." ฉันตอบหน้าตาเฉย..ก็ฉันไม่ได้นับจริงๆนิ =_=
"เรื่องแม่แก "
"หุบปาก!!"
"ช่วยฟังก่อนสิบลายธ์ ฉันก็ไม่ได้อยากยุ่งนักหรอก !!
ถ้ามันไม่เกี่ยวข้องกับชื่อเสียงของชมรมย์ "
อ่อ! แจ่มแจ้งแล้ว ที่แท้นางก็มาทำดีกับฉันเพราะชมรมย์นี่เอง จริงใจมว๊ากกกก!!
"ห่วงนัก! ก็เล่นเองเลยดิ ฉันจะหลีกทางให้ "
"ถ้าฉันทำได้ฉันทำไปแล้วแหละ!!"
อลิซตอบด้วยสีหน้าเจ็บปวดก่อนจะยกมือข้างขวาของเธอขึ้นมาตรงหน้าฉัน
อึก!!
ผ้าก็อตพันนิ้วเรียวทั้งสองมือของเธอทั้งสองข้างเรียบสนิท ไปทำอะไรมาว่ะเนี่ย?? ดูท่าทางคงหนักเอาการเลยทีเดียว
ไม่ต้องรอให้ฉันถามอลิซก็บอกอย่างเรียบๆ
"ฉัน..ไม่เป็นไรมากหรอก พอดีหมากัดน่ะ "
ถ้าฉันเชื่อฉันก็คงกลายเป็นหมาไปอีกตัวแล้วละมั้ง อยากถามต่อนะแต่ฉันไม่มีสิทธิ์จะทำแบบนั้น
"ทีนี่จะฟังได้มั้ย!"
"จะว่าอะไรก็ว่ามา"
ฉันตอบเสียงต่ำรักษามาตรฐานเดิมอย่างเคร่งครัด
"เรื่องแม่เธอมีผลต่อการเล่นเปียโนของเธอรึป่าว "
"ไม่!"
ตอนแรกก็ใช่อยู่หรอก! แต่ความรู้สึก ณ..ตอนนี้ คือฉันไม่แคร์
"เธอยังรักเสียงเปียโนอยู่มั้ย!"
"รัก(มั้ง) " >\\\<
แล้วนี่เธอจะถามอะไรนักหนาเนี่ยยัยนิ้วเดี้ยง!
อลิซยิ้มนิดหน่อยแล้วเดินไปหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งมาวางตรงหน้าฉัน
โน้ตเพลงนี่!
ฉันหันไปมองอลิซงงๆ แต่เธอกลับระบายรอยยิ้มส่งมาให้
"ลองทำในสิ่งที่เธอชอบด้วยใจจริงของเธอสิ ฉันเชื่อว่าเธอทำได้ "
ถ้อยคำให้กำลังใจที่คุ้นหูเหมือนเมื่อหลายปีก่อนถูกส่งออกมา ทำให้ฉันอดที่จะยิ้มตามไม่ได้ กลายเป็นว่าฉันลืมเรื่องบาดหมางระหว่างเราไปซะงั้น
SOMEONE LIKE YOU.
"เพลงนี้หรอ!"
"อืม..เล่นให้ฟังหน่อยดิ ฉันชอบ!"
เสียงดนตรีไพเราะเป็นเพลงนุ่นนวลบรรเลงพร้อมกับเสียงร้องของหวานๆทรงพลังที่เข้ากันได้อย่างลงตัว ฉันไม่แน่ใจว่าฉันทำได้ยังไง แต่คนตรงหน้าฉันนี่แหละที่สอนให้ฉันรู้ว่า ไม่ว่าเราจะทำสิ่งใดหากทำด้วยใจยังไงก็สำเร็จ!!
เสียงดนตรีเงียบสงัดลงเรียกสติของฉันกลับคืนสู่ปัจจุบัน
"ขอบใจนะบลายธ์ "
อลิซกล่าวด้วยความอ่อนโยน นี่เราคงต้องกลับไปร้ายใส่กันเหมือนเดิมแล้วสินะ
"ไม่ต้องขอบใจ ฉันแค่เวทนา!!"
ไม่อยากจะพูดเลยแต่ปากไปแล้ว
พูดจบฉันก็ทำท่าจะเดินออกไปจากตรงนั้น
"ช่วยฟังฉันพูดอีกสักเรื่องได้มั้ย!"
"อะไรอีกละ รีบๆนะฉันมีนัด"
ฉันบอกปนแถนิดๆ
"เมื่อ3ปีก่อน เรื่องฉันกับพี่เปอร์เซียมันไม่ได้เป็นอย่างที่เธอคิด "
"ถ้าจะมาพูดเรื่องนี้เธอก็เงียบดีกว่าอลิซ เธอจะคบกับใครมันก็ไม่เกี่ยวกับฉัน ฉันแค่แอบชอบเค้าแต่ไม่มีสิทธิ์ที่จะหวงอะไรทั้งนั้น "
ฉันตอบเลี่ยงๆ หาทางเดินออก แต่อลิซก็วิ่งมาดักหน้าฉันอีก
"ฉันอธิบายได้ "
"แต่ฉันไม่อยากฟัง!"
"ก็เพราะแกเป็นอย่างนี้ไง เรื่องทุกอย่างมันถึงได้เป็นแบบทุกวันนี้อ่ะ !!"
ฉันอึ้งไปสักพัก จะบอกว่าทุกอย่างความผิดฉันหรอ ทั้งที่มันก็รู้อยู่เต็มอกว่าฉันชอบเค้า แล้วมันทำแบบนี้ทำไม
ฉันกำลังจะเถียงกลับแต่อลิซก็แทรกขึ้นปิดโอกาส
"ไม่มีใครอยากเสียเพื่อนหรอกนะ"
"แกแน่ใจหรอ แกจำวันนั้นที่แกพูดกับฉันได้มั้ยละ"
.
.
3ปีที่แล้ว เกรด9..
"แกทำอย่างนี้ได้ไงว่ะ อลิซทั้งที่แกก็รู้ว่าฉันคิดอะไรกับเค้า"
เธอมองหน้าอลิซที่ยืนข้างเชอร์รีน อย่างจริงจัง
ทั้งสองไม่ได้สนใจอะไรเลยแต่ซุบซิบพูดอะไรกันสักอย่าง
ก่อนคำแทงใจจากคนที่เธอเรียกว่าเพื่อนรักจะทำให้แทบล้มทั้งยืน
"ขอโทษนะบลายธ์ที่ต้องทำแบบนี้อ่ะ แต่ถึงฉันไม่ทำพี่เค้าก็ไม่มีวันสนใจนักเลงหัวไม้อย่างเธอหรอก มันดูไม่มีอนาคต..! "
.
.
.
"แกจำไม่ได้หรอ แต่มันฝังรากลึกในใจของฉัน เข้าใจมั้ยอลิซ หลบไป!! "
"ไม่..ฟังฉันก่อนนะ "
น้ำใสไหลอาบแก้มใสของเธอ พร้อมกับพยายามจับมือฉันที่สะบัดออกไม่ยั้ง ไม่ได้โกรธหรอกแต่ไม่รู้จะทำหน้ายังไงเวลาอยู่กับยัยนี่
ฉันสะบัดมือสุดแรงจนทำให้เธอล้มไปกองกับพื้นอย่างไม่ได้ตั้งใจแต่เจตนานิดๆก่อนจะเดินออกไปทั้งที่ในใจก็เป็นห่วงยัยนั้น แล้วเสียงของเธอก็ทำให้ฉันหยุดฝีเท้ากึก กับประโยคที่ผ่านเข้าหู
"ฉันกำลังจะถูกมิกซ์ข่มขืน แต่พี่เปอร์เซียมาช่วยไว้และอ้างตัวว่าเป็นแฟนของฉัน "
ฉันหันหน้าไปมองอลิซ มิกซ์คือแฟนเก่าของเธอนั่นเอง ฉันไม่รอช้ารีบเข้าไปพยุงเธอลุกขึ้น เท่าที่รู้มาหมอนั่นไม่ใช่คนดี นั่นก็หมายความว่าฉันเข้าใจมันผิดอะดิ
"แกพูดความจริงหรอ!!"
"อืม..แล้ววันนั้นที่ฉันต้องพูดแบบนั้นกับแกเพราะเชอร์รีนมีคนแอบมองอยู่ ฉันพยายามหาทางอธิบายเรื่องนี้กับแกหลายครั้ง แต่แกไม่เคยคิดจะฟังฉันเลยสักครั้ง ฉันก็เลยตามเลยยอมเป็นคู่อริคอยหาเรื่องแกล้งแก "
"แกทำอย่างนั้นทำไม "
"ก็ฉันไม่อยากให้แกลืมฉัน ต่อให้แกจำได้เพราะเกลียดก็เหอะ"
เธอพูดทั้งน้ำตา ยัยโง่เอ้ย!
ฉันดึงอลิซเข้ามากอดไว้ ฉันเสียใจกับการกระทำของตัวเองจริงๆที่คอยกลั่นแกล้งยัยนี้แรงๆมากมายสารพัดจนบรรยายเป็นคำพูดไม่ได้ แต่อย่างน้อยตอนนี้ฉันรู้ความจริงแล้ว ฉันจะแก้แค้นให้แกเองอลิซ นายมิกซ์นั่นจะต้องเจอกับฉัน !!
ในฐานะที่มันทำให้เราต้องผิดใจกัน